แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดไขมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดไขมัน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“คาถาเรียกความผอม…!” สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า

“คาถาเรียกความผอม…!” สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า

ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่เรียว…วีเชฟ… หุ่นเพรียวบาง…. แต่ก็ไม่มีใครที่จะโชคดีอย่างเกศสุรางค์ที่อยู่ๆก็ได้ร่างที่ผอมสวยของแม่นายการะเกดมาครอบครองโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการลดความอ้วน   –  สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า




บรรดาสูตรลดความอ้วนต่างๆ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน บางคนอาจเลือกงดมื้อเย็นแต่เต็มที่กับมื้อเช้าและมื้อเที่ยง บางคนอาจเน้นผัก ผลไม้ กับเนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เช่น เนื้อส่วนอกของไก่ หรือเนื้อปลา แต่มีสูตรลดน้ำหนักสูตรหนึ่งที่ซีเคร็ตนำมาฝาก เป็นสูตรที่ไม่ยากมากแต่ได้ผลจริง ซึ่งมีมานานกว่าสองพันปีแล้วนั่นคือ “สูตรลดความอ้วนจากพระพุทธเจ้า” บุคคลที่ผอมด้วยสูตรนี้ได้จริงคือ “พระเจ้าปเสนทิโกศล”


สูตรลดความอ้วนนี้เป็นคาถาที่พระองค์ประทานแด่พระเจ้าปเสนทิโกศล มีที่มาจากโทณปากสูตร
ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเสวยพระกระยาหารมากจนทำให้พระองค์ทรงอึดอัดพระวรกาย พระองค์เสด็จเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งที่มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อไหลตลอดเวลา จนองครักษ์ต้องประคองพระองค์ไว้ พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรดังนั้นจึงตรัสคาถาขึ้น เพื่อให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงท่องจำ เพื่อจะได้เสวยพระกระยาหารแต่พอดีว่า


“ผู้มีสติย่อมไม่ประมาณในอาหาร (รับประทานอาหารมาก) จะมีเวทนาเบาบาง (มีความอยากลดลง) ผู้นี้ย่อมแก่ช้า และมีอายุที่ยืน”


พระปเสนทิโกศลทรงโปรดให้สุทัสสนมาณพเป็นผู้จดจำคาถานี้ และให้เตือนพระองค์ทุกครั้งในขณะเสวยพระกระยาหาร




คาถานี้มีใจความว่า หากมีสติจะไม่รับประทานอาหารเกินปริมาณเกินความจำเป็น เมื่อมีสติแล้วความอยากอาหารก็จะลดลง เมื่อไม่มีความอยาก ก็จะไม่รับประทานอาหารเกินปริมาณ เมื่อรับประทานในปริมาณพอดี ระบบเผาผลาญจะทำงานดีขึ้นช่วยย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากมองในด้านโภชนาการ อาหารส่วนใหญ่ของมนุษย์จะประกอบด้วยแป้ง ในโปณปากสูตรกล่าวว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลเสวยข้าวหนึ่งทะนานต่อมื้อ ซึ่งเป็นข้าวที่ปริมาณมากอยู่ การที่พระองค์เสวยข้าว (หรือแป้ง) ในปริมาณเช่นนี้ นอกจากส่งผลให้อ้วน เพราะแป้งจะกลายเป็นน้ำตาล น้ำตาลกลายเป็นไขมัน เมื่อปริมาณไขมันมากเกินความจำเป็น ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ จึงกลายเป็นไขมันสะสมตามสัดส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น หน้าท้อง แขน ขา


 เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้าร่างกายจะมีอาการเหนื่อยง่าย อาการที่เกิดขึ้นกับพระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อเทียบกับปัจจุบันก็ไม่ต่างจากสัญญาเตือนว่าจะต้องป่วยเป็นโรคร้ายในอนาคต เช่น โรคความดันโลหิต โรคอ้วน และโรคเบาหวาน หากพระองค์ไม่ทรงกระทำตามคาถานี้ พระองค์มีสิทธิ์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้ายเหล่านี้


หลังจากพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเคร่งปฏิบัติตามคาถานี้ ส่งผลให้พระองค์มีพระวรกายที่กระปรี้กระเปร่าและมีพระวรกายที่ดีขึ้น (คือน้ำหนักลดนั่นเอง)


สูตรลดความอ้วนจากพระพุทธเจ้าคือ “วิธีการลดความอ้วนด้วยการรับประทานอาหารในปริมาณที่พอดี หรือน้อยลงกว่าเดิม จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลง” สูตรลดน้ำหนักของพระพุทธเจ้าที่มีมานานถึงสองพันปี ยังตรงกับวิธีลดความอ้วนด้วยการลดปริมาณอาหารที่นิยมกันในปัจจุบัน การลดปริมาณอาหารช่วยให้ร่างกายไม่รับพลังงานจากอาหารที่มากเกินจำเป็น ทั้งสามารถนำพลังงานอาหารที่ค้างอยู่นำออกมาใช้ได้ ส่งผลให้ไขมันที่สะสมไว้ได้นำออกมาใช้


คาถานี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “คาถาเรียกความผอม” และจะคงความศักดิ์สิทธิ์ไว้หากปฏิบัติตาม และยังเป็นการรับประทานอย่างมีสติ นอกจากจะผอมห่างไกลโรคร้ายแล้ว ยังได้การบริหารสติเป็นของแถมด้วย  

ผู้เขียน : ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์

17 ประโยชน์ที่ได้จากการดื่มชา

1. ในช่วงที่อากาศร้อนๆ การดื่มชาจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้น เพราะในใบชามีสารโพลีฟีนอล กรดอะมิโน และคาร์โบไฮเดรต เมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกายได้
2. ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุอาหารอยู่หลากหลายชนิด ช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดี และช่วยกระตุ้นระบบประสาทและร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในใบชามีสารคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ช่วยหมุนเวียนโลหิต
3. ชามีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งมีการใช้ชาผสมกับยาแก้ปวด เพื่อช่วยเพิ่มฤทธิ์ในการรักษาโรคไมเกรน และทำให้ยาออกฤทธิ์ได้นานยิ่งขึ้น
4. ดื่มชาเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงและสดชื่น ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ที่สำคัญคือช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชราและมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ
5. ดื่มชาบ่อยๆ มีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อและช่วยสลายไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล โดยไปเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลในร่างกายผ่านทางน้ำดีในอุจจาระ
6. ชาจีน สามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ เพราะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ต้านจุลชีพ ช่วยลดการอักเสบ สมานแผล ช่วยขับและล้างสารพิษในร่างกาย ซึ่งในใบชามีสารโฟลีฟีนอลที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้
7. คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาจะสามารถช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เพราะใบชามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมสุขภาพ
8. ชามีประโยชน์ต่อระบบหัวใจ และช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งจะช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตับ การดื่มชายังช่วยรักษาอาการเจ็บหน้าอก และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

9. การดื่มชาแก่ๆ สักถ้วย จะเป็นการช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและยังช่วยในการย่อยอาหารจำพวกวิตามินกลุ่มต่าง ๆ
10. ชามีสารไอโอดีน และฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป มีฟลูออไรด์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายโดยจะช่วยป้องกันฟันผุและเสริมมวลกระดูกได้
11. ใบชาทุกประเภทมีส่วนประกอบของโปรตีนและวิตามิน วิตามินซี วิตามินบี สารแทนนิน กาเฟอีน โพแทสเซียม กรดแอมโมเนีย สารคาเทชิน โพลีฟีนอล แร่ธาตุอีกหลายชนิดที่ทำให้ร่างกายมีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด ความดันโลหิต และป้องกันหลอดเลือดตีบตัน
12. การดื่มชาจะช่วยทำให้การไหลเวียนของโรคดีขึ้น ช่วยละลายไขมัน ป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความแก่ ฯลฯ
13. สรรพคุณในทางยาของ ชาเขียว สมัยก่อน ใช้บำบัดรักษาอาการต่างๆ ไม่ว่าจะอาการปวดหัวไปจนถึงโรคซึมเศร้า
14. สารประกอบในชาเขียวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบอีกว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลในเลือดลงได้
15. ดื่มชาเขียวจะช่วยลดน้ำหนักได้ ซึ่งคาเทชินในชาเขียวจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น ทำให้ น้ำหนักตัวลดลง โดยไม่มีผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ
16. คุณค่าที่มีอยู่ในใบชาชาว คือโปรตีน วิตามินซี วิตามินบี โพแทสเซียม และโดยเฉพาะโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนท์ที่แข็งแรงที่สุด ชาขาวจึงมีสารต้านอนุมูลมากกว่าชาเขียวถึง 3 เท่า หรือเทียบเท่ากับน้ำส้มคั้น 12 แก้ว และมีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับชาชนิดอื่นๆ
17. ถ้าต้องการดื่มเพื่อสรรพคุณทางยาควรดื่มชาวันละ 10 ถ้วยขึ้นไปจึงมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆได้ ซึ่งการดื่มชาหนึ่งถ้วยก่อนอาหารประมาณยี่สิบนาที จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ความอยากอาหารลดลง”

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

แอปเปิ้ลช่วยลดน้ำหนัก

เหตุผลที่ทำให้แอปเปิ้ลกลายเป็นผลไม้ที่ใช้ลดน้ำหนักได้ดีที่สุดนั่นก็เพราะว่า แอปเปิ้ลนั้นอุดมไปด้วยเส้นไยอาหาร หรือว่าไฟเบอร์อยู่มาก เมื่อเราทานแล้วก็จะทำให้รู้สึกอิ่มนานมากขึ้น เพราะน้ำตาลในแอปเปิ้ล (ฟรักโทส) จะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกหิวนั่นเอง


กินแอปเปิ้ลเป็นอาหารเช้า


มื้อเช้าอย่างธัญพืชพร้อมนมพร่องไขมันเป็นทางเลือกที่เก๋กู๊ดมากๆ 
แต่ว่าลองเปลี่ยนมาเป็นเมนูข้าวโอ๊ตผสมแอปเปิ้ล ทำให้หวานอีกนิดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (1/8 ถ้วย = 100 แคลอรี่) 
ซึ่งใครไม่ชอบตรงนี้ก็ตัดออกไปเลยก็ได้ แบบนี้อาจไม่ได้ช่วยลดแคลอรี่แต่ว่าจะเป็นการเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ให้กับมื้อเช้าผ่านแอปเปิ้ล ราชาผลไม้ลดน้ำหนักของเรานั่นเอง

กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูก ดีอย่างไร

1. ช่วยให้อิ่มนาน และไม่ค่อยหิว
 นั่นเป็นเพราะ แอปเปิ้ลนั้น จัดเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ และให้ในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทส เป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนไปในรูปของพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกาย

2. ดีต่อระบบขับถ่าย
 เปลือกของแอปเปิ้ลนั้น จะมีเส้นใยอาหารที่เราเรียกกันว่า "เพคติน" ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการพองตัว และเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ให้ระบบทางเดินอาหารนั้น ทำงานตามปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย 

ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการช่วยจับคอเลสเตอรอล ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ช่วยป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

3. อุดมไปด้วยวิตามินที่ดีต่อร่างกาย แอปเปิ้ลนั้น เต็มไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหาร ยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ บี1 บี2 บี6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรต์ เหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียมเป็นต้น 

ทั้งยังมีกรดอินทรีย์สองชนิดที่ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน และไขมัน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้นี่แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ สำหรับผู้ที่ทานเป็นประจำ

ประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ

หลายๆ คนคงรู้จักมัทฉะ ซึ่งเป็นชาเขียวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น มัทฉะมีประโยชน์มากมาย ดื่มก็ดีต่อสุขภาพ หรือจะนำมาทาเพิ่มความสวยความงามก็ยังได้ แต่ดื่มเยอะไปก็ไม่ดีนะ เอาเป็นว่าดื่มแต่พอดีๆ ก็พอ ถ้าดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลเลยได้ยิ่งดี

ประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ


มัทฉะคืออะไร

มัทฉะ คือผงชาเขียวบดละเอียด ชาวญี่ปุ่นจะใช้ชามัทฉะในพิธีชงชาดั้งเดิม เพื่อรับรองแขก และด้วยความที่ชามัทฉะเป็นผง ละลายน้ำได้ และมีสีเข้มสวยกว่า จึงนิยมใช้ในการทำขนม เครื่องดื่ม ไอศครีม และ อาหารอื่นๆ เพราะชามัทฉะบดละเอียดทั้งใบ (เอาก้านใบและเส้นใบออกก่อน) จึงมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า มีรสขมเล็กน้อย ทำให้บางคนไม่ชอบเพราะดื่มยาก


ประโยชน์ต่อร่างกายของมัทฉะ

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความแก่ชรา คงความอ่อนเยาว์
  • เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันได้ ช่วยในการลดน้ำหนัก
  • ช่วยให้จิตใจสบาย ร่างกายผ่อนคลาย
  • มีไฟเบอร์ คลอโรฟิลล์ และวิตามินสูง
  • ช่วยลดคลอเรสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด
  • ลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยขับสารพิษ
  • ช่วยในเรื่องของสมาธิ และความจำ

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

มันเทศ สุดยอดอาหารลดน้ำหนัก

มันเทศ หรือ Sweet Potato นั้น ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่ามีกากใยอาหารสูงที่สุดในจำนวนพืชทั้งหมด กินอร่อยอิ่มท้องและยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปปรุงสุกด้วยวิธีการนึ่ง หรือวิธีการเผาแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกัน

ซึ่งแน่นอนว่ามันเทศเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารประเภทแป้งยิ่งกินยิ่งเพิ่มน้ำหนัก แต่ที่หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบกันคือ มันเทศนั้นเป็นอาหารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเหมาะสมกับการลดน้ำหนักที่สุด!!


เพราะว่ามันเทศมีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องการมองเห็นได้เป็นอย่างดี มีสารอาหารทรงคุณค่าที่ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินบีส่งผลโดยตรงกับการลดน้ำหนัก วิตามินซี ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม และทำให้ร่างกายแข็งแรง


นอกจากนี้มันเทศยังมีโพแทสเซียม คอปเปอร์ แมงกานีส สารอาหารที่ป้องกันโรคมากมาย รวมถึงโรคมะเร็ง และยังมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ในปริมาณสูงมาก ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงเหมาะมากกับการใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก ในมันเทศ 100 กรัมจะได้แคลอรี่ประมาณ 90-93 แคลอรี่เท่านั้น จาก ปริมาณความต้องการพลังงานของมนุษย์วันละ 1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่

และคีย์หลักของมันเลยก็คือคนส่วนใหญ่จะกินมันเทศได้ไม่มากนัก เพราะมันเทศมีคุณสมบัติไปฟูในท้องทำให้อิ่มเร็ว มันเทศมีอยู่หลายสี เช่นเหลืองอ่อน เหลืองจัด เหลืองส้ม และสีม่วง ทุกสีจัดเป็นแหล่งรวมวิตามินซี สารอาหาร และเส้นใยอาหาร มีข้อมูลว่า หัวมันเทศชนิดหัวสีเหลือง 

ลูกเดือย - กินแล้วอ้วนไหม

ลูกเดือยลดความอ้วนได้จริงหรือ?

ตอนนี้หนึ่งในอาหารสุขภาพที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงเป็นอย่างยิ่งก็คือ "ลูกเดือย" นั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าลูกเดือยเป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งสารอาหารหลักก็คือคาร์โบไฮเดรตและยังให้พลังงานสูง จะช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

ลูกเดือย ถึงแม้จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก แต่คาร์โบไฮเดรตจากลูกเดือยเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งย่อยยากและดูดซึมช้า พลังงานที่ได้จากการย่อยลูกเดียวจึงถูกนำไปใช้อย่างช้าๆและไม่ทำให้ตกค้างกลายเป็นน้ำตาลหรือไขมันตกค้างในร่างกาย รวมทั้งลูกเดือยทานแล้วอยู่ท้อง อิ่มนาน ลดความอยากอาหารและกินจุกกินจิก อีกทั้งลูกเดือยเป็นอาหารที่ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลอย่างสิ้นเชิง จึงไม่ทำให้อ้วนและเป็นตัวช่วยสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีนั่นเอง



วิธีการทานลูกเดือยเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหาลูกเดือยนั้น อาจจะไม่ชอบรสชาติของลูกเดือยเท่าไรนัก เนื่องจากมีรสชาติที่ค่อนข้างจืดและมัน ดังนั้นคำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดทำลูกเดือยคือ ลองนำลูกเดือยมาใส่ในน้ำเต้าหู้สูตรหวานน้อย หรือทานกับสลัดผัก เป็นต้น เริ่มคุ้นชินกับรสชาติแล้วสามารถนำลูกเดือยมาทำเมนูอื่นๆ ได้ เช่น ข้าวต้มลูกเดือย ลูกเดือยต้ม น้ำลูกเดือย เป็นต้น

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของแครอท กับคุณผู้หญิง

1. สุขภาพผมแข็งแรงเงางาม

ในแครอทมีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีวิตามินซีช่วยทำให้ผมที่ขาดน้ำหนักกลับมานุ่มสลวยขึ้น

2. บำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์

หากคุณผู้หญิงไม่อยากแก่ก่อนวัย และดูเด็กกว่าวัย ควรรับประทานแครอท เพราะในแครอทจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งกินจะยิ่งดูเด็ก ลองดูได้เลย

3. ป้องกันการเกิดสิว

ในแครอท นอกจากจะทำให้ผิวสวยแล้วยังช่วยปรับค่าพีเอชของผิว ให้เกิดความสมดุลอีกด้วย จึงลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี และหากไม่อยากให้เกิดสิวก็ควรดื่มน้ำแครอทผสมน้ำผึ้งก็จะยับยั้งไม่ให้เกิดสิวได้

4. ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา

หากคุณผู้หญิงต้องการมีดวงตาคู่สวยอยู่ไปนาน ๆ แครอทสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะแครอทมากด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน จึงป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร


5. ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์

หากคุณสาวๆท่านไหนไม่อยากให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพอันเกิดจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ก็ควรรับประทานแครอทเพราะสารต้านอนุมูลอิสระในแครอทจะคอยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลายได้ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

6. บำรุงสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้ามแครอทเป็นอย่างยิ่ง เพราะแครอทสามารถช่วยบำรุงสุขภาพได้ดีทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ เด็กจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่จะเกิดกับทารกได้อีกด้วย ส่วนตัวคุณแม่ก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคโลหิตจาง และยังกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักให้คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย

7. ป้องกันผิวจากรังสียูวี

รังสียูวีนับว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสีย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นอีกด้วย การรับประทานแครอทจะสามารถป้องกันผิวพรรณของคุณผู้หญิงจากรังสียูวีได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นเหมือนสารกันแดดจากธรรมชาติช่วยปกป้องผิวได้อีกด้วย

8. ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเกิดได้จากอนุมูลอิสระที่มาจากอาหาร และมลพิษที่อยู่รอบตัว ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะทำลายเซลล์และแปรสภาพให้เซลล์เนั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ แต่หากรับประทานแครอทอยู่เป็นประจำร่างกายจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่างๆรวมถึงมะเร็งเต้านม และยังช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งที่เข้าสู่ร่างกายแล้วด้วย

9. กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

หากคุณผู้หญิงต้องการมีรูปร่างและหุ่นที่ดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม ก็อย่าลืมรับประทานแครอทเป็นประจำ เพราะแครอทจะเข้าไปช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี

10. ลดอาการข้างเคียงจากการมีประจำเดือน

ในแครอทมีธาตุเหล็กและสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะสูญเสียธาตุเหล็กไปมากกว่าปกติในช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง ขาดสมาธิและเป็นโรคโลหิตจางได้ อีกทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดและควบคุมให้ประจำเดือนมาอย่างเป็นปกติ

แครอทมีแต่ประโยชน์มากมายโดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง หากเป็นแบบนี้รีบหามารับประทานจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบรับประทานสด ปรุงอาหารหรือคั้นเป็นน้ำดื่มก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ผักกาดหอม สรรพคุณและคุณประโยชน์

ผักกาดหอม สรรพคุณและคุณประโยชน์



สรรพคุณและประโยชน์ของผักกาดหอม 

  1. เมล็ด สรรพคุณช่วยขับน้ำนมของสตรีหลังคลอดบุตร
  2. น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาแก้ไอได้เป็นอย่างดี
  3. เมล็ดตากแห้งประมาณ 5 กรัม นำมาชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ ใช้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น ถ้าหากใช้ต้นให้ใช้เพียงครึ่งต้นทานเพื่อช่วยขับเสมหะและแก้อาการไอ และไม่ควรใช้มากเกินไป (เมล็ด,ต้น)
  4. สรรพคุณ ช่วยขับเหงื่อ (น้ำคั้นจากใบ)
  5. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (น้ำคั้นจากทั้งต้น)


ประโยชน์จากการกินผักกาดหอมก็คือ ช่วยให้นอนหลับง่าย ขับปัสสาวะ ล้างพิษ ขับเหงื่อ และแก้ไข้ และในผักกาดหอมหนัก 100 กรัม จะมีฟอสฟอรัส 39 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินซี 24 มิลลิกรัม รวมถึงมีเบตาแคโรทีนและวิตามินเอสูง ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บอกลาขาหมูเมื่อลดอาหารเหล่านี้

อาหารที่ทำให้ขาใหญ่

  1. อาหารที่มีรสหวานทุกชนิด เช่น ขนมหวาน เค้ก ช็อกโกแลตเป็นต้น อาหารเหล่านี้ประกอบไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก หากรับประทานมากเกินไปน้ำตาลที่เหลือจากร่างกายต้องการจะกักเก็บไว้ในรูปของไขมันสะสมไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
  2. อาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้เนื้อเยื้อเกิดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากร่างกายเมื่อได้รับโซเดียมมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวัน คือ 2400 มิลลิกรัมหรือเท่ากับ 1 ช้อนชา ร่างกายจะมีความความเข้มข้นของเลือดสูงทำให้มีการดูดน้ำมากักเก็บไว้ในเซลล์ทำให้เซลล์เกิดอาการบวมน้ำ
  3. อาหารทอด ไขมันสูง ทำให้ร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็นและมีการสะสมของไขมันส่วนเกิน
  4. เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของโซเดียมสูง เช่นน้ำมะเขือเทศแบบสำเร็จรูป

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงต้นขาใหญ่

  1. การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานเกินกว่า 8 ชั่วโมงและมีการขยับร่างกายน้อย
  2. ชอบนั่งไขว้ขาหรือนั่งพับขาขึ้นมาวางบนเก้าอี้ ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองไหลไม่สะดวกเกิดการคั่งบริเวณต้นขาและสะโพกได้
  3. การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด เค็ม และหวานจัด เนื่องจากอาหารเค็มจะทำให้ร่างกายมีการสะสมของน้ำ อาหารรสหวานจะทำให้ร่างกายมีการเก็บน้ำตาลส่วนเกินไว้ในรูปของไขมันสะสมตามบริเวณต่างๆทั่วตัว
  4. ขาดการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคเสริม"หน้าอก" ด้วย"เครื่องสำอาง"


 Keira Knightley นางเอกสาวจาก Pirate of the Caribean ที่ขึ้นชื่อว่ามีหน้าอกขนาดเล็ก ก็ยังได้รับการเสริมเติมแต่งจากทีมงานเมคอัพให้ดูมีเนื้อมีหนังขึ้น

สาว ๆ ที่กลุ้มใจกับขนาดหน้าอกที่เล็กก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงคุณมีแป้งฝุ่นซักสองสี สีอ่อน ๆ ที่ใกล้เคียงกับผิวของคุณ กับสีเข้ม ๆ ขึ้นอีกหน่อย ก็เพียงพอที่จะสร้างเนินห้าอกขึ้นมาได้

ขั้นตอนเสริมหน้าอกด้วยเครื่องสำอาง
 
1. สวมชุดที่คุณจะใส่ (ถ้ามี push up bra ด้วยก็อย่าลืมใส่นะคะ) แล้วหาผ้า หรือกระดาษมาคอยกันแป้งหกใส่ชุดจนเลอะเทอะซะก่อน

2. ปัดแป้งสีเข้ม (อาจจะออกทอง ๆ หน่อยก็ได้นะคะ) บริเวณตรงกลางเนินอก ระหว่างหัวไหล่ทั้งสอง โดยใช้วิธีการปัดขึ้นบน และปัดออกด้านข้าง โดยพยายามให้เป็นรูปทรงตัว V ตามแนวเนินหน้าอก

3. ใช้ฟองน้ำปัดแป้งฝุ่นที่มีสีอ่อนกว่า (อาจจะเป็นสีเนื้ออ่อนๆ แต่พยายามอย่าใช้แป้งที่มี shimmer นะคะ) บริเวณครึ่งบนของหน้าอก ค่อย ๆ ปัดให้สีเหลื่อมกับสีเข้มที่ลงไว้ก่อน

4. ส่องกระจกดูว่าหน้าอกของคุณได้รูปไหม ถ้ายังคิดว่ายังดูเล็กเกินไปให้ใช้แป้งที่สีเข้มปัดเพิ่มบริเวณตรงกลางร่องอก

ข้อมูลจาก Lisa