แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอยตีนกา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอยตีนกา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของแครอท กับคุณผู้หญิง

1. สุขภาพผมแข็งแรงเงางาม

ในแครอทมีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีวิตามินซีช่วยทำให้ผมที่ขาดน้ำหนักกลับมานุ่มสลวยขึ้น

2. บำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์

หากคุณผู้หญิงไม่อยากแก่ก่อนวัย และดูเด็กกว่าวัย ควรรับประทานแครอท เพราะในแครอทจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งกินจะยิ่งดูเด็ก ลองดูได้เลย

3. ป้องกันการเกิดสิว

ในแครอท นอกจากจะทำให้ผิวสวยแล้วยังช่วยปรับค่าพีเอชของผิว ให้เกิดความสมดุลอีกด้วย จึงลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี และหากไม่อยากให้เกิดสิวก็ควรดื่มน้ำแครอทผสมน้ำผึ้งก็จะยับยั้งไม่ให้เกิดสิวได้

4. ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา

หากคุณผู้หญิงต้องการมีดวงตาคู่สวยอยู่ไปนาน ๆ แครอทสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะแครอทมากด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน จึงป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร


5. ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์

หากคุณสาวๆท่านไหนไม่อยากให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพอันเกิดจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ก็ควรรับประทานแครอทเพราะสารต้านอนุมูลอิสระในแครอทจะคอยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลายได้ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

6. บำรุงสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้ามแครอทเป็นอย่างยิ่ง เพราะแครอทสามารถช่วยบำรุงสุขภาพได้ดีทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ เด็กจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่จะเกิดกับทารกได้อีกด้วย ส่วนตัวคุณแม่ก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคโลหิตจาง และยังกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักให้คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย

7. ป้องกันผิวจากรังสียูวี

รังสียูวีนับว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสีย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นอีกด้วย การรับประทานแครอทจะสามารถป้องกันผิวพรรณของคุณผู้หญิงจากรังสียูวีได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นเหมือนสารกันแดดจากธรรมชาติช่วยปกป้องผิวได้อีกด้วย

8. ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเกิดได้จากอนุมูลอิสระที่มาจากอาหาร และมลพิษที่อยู่รอบตัว ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะทำลายเซลล์และแปรสภาพให้เซลล์เนั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ แต่หากรับประทานแครอทอยู่เป็นประจำร่างกายจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่างๆรวมถึงมะเร็งเต้านม และยังช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งที่เข้าสู่ร่างกายแล้วด้วย

9. กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

หากคุณผู้หญิงต้องการมีรูปร่างและหุ่นที่ดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม ก็อย่าลืมรับประทานแครอทเป็นประจำ เพราะแครอทจะเข้าไปช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี

10. ลดอาการข้างเคียงจากการมีประจำเดือน

ในแครอทมีธาตุเหล็กและสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะสูญเสียธาตุเหล็กไปมากกว่าปกติในช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง ขาดสมาธิและเป็นโรคโลหิตจางได้ อีกทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดและควบคุมให้ประจำเดือนมาอย่างเป็นปกติ

แครอทมีแต่ประโยชน์มากมายโดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง หากเป็นแบบนี้รีบหามารับประทานจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบรับประทานสด ปรุงอาหารหรือคั้นเป็นน้ำดื่มก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ลดรอยสิวด้วย มะละกอ

มะละกอ

สรรพคุณ มีเอนไซม์ปาเปน แคโรทีน วิตามินซี ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวได้ดี โดยเฉพาะรอยดำจากสิว รอยฝ้า รอยกระ สามารถลดเลือนลงได้ แถมยังช่วยให้ผิวหน้านุ่มนิ่ม น่าสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ 


นำมะละกอสุกบด 1/3 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด นำมาพอกหน้า 20 นาที ล้างออกให้สะอาด
        
ควรทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ทำต่อเนื่องกันหลายเดือน เพื่อเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง


ลดรอยสิวด้วย ใบบัวบก

ใบบัวบก

สรรพคุณ มีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่ให้แข็งแรงขึ้น พร้อมทั้งช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนเลือด จึงช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ทำให้ปัญหาผิวหมองคล้ำที่เป็นรอยฝ้า กระ จุดด่างต่างๆลดเลือนลง 


นำใบบัวบก 1 กำมือ + น้ำอุ่นหรือน้ำสะอาด 1 ถ้วย ปั่นให้เข้ากัน กรองน้ำ ใช้สำลีเช็ดหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15-20 นาที หรือพอกจนแห้ง ล้างออกให้สะอาด
       
ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือทำทุกวันที่ต้องการ เท่านี้ก็จะช่วยลดรอยฝ้าได้ดี


ลดรอยสิวด้วย หัวไชเท้า

หัวไชเท้า

มีส่วนประกอบของสารไกลโคไซ ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ช่วยในเรื่องลดรอยดำอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ จากสิว ทำให้สิวยุบ และแห้งตัวไวขึ้น พร้อมกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยชำระล้างไขมันภายในรูขุมขน ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น


นำน้ำหัวไชเท้าแช่เย็น 3 ช้อนโต๊ะ + ดินสองพอง 1 เม็ด + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมเป็นเนื้อครีม พอกหน้า 15-20 นาที ล้างออกให้สะอาด
       หัวไชเท้าสดมีฤทธิ์แสบร้อน หากนำหัวไชเท้ามาพอกสดๆอาจไม่เหมาะกับผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่ายแน่นอน แต่สำหรับใครที่ใช้ได้ก็จะเห็นผลชัดเจนเลยว่ารอยฝ้าจางลงได้จริง


ลดรอยสิวด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณ ช่วยลดน้ำหนัก ต้านการอักเสบของผิว ลดอาการแสบร้อนจากแสงแดด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส ชุ่มชื่น ขจัดสิว และมีส่วนช่วยลดการเกิดเม็ดสีผิวเมลานิน จึงลบรอยดำจากฝ้า กระ จุดด่างดำจากสิวได้ดี


นำวุ้นว่านหางจระเข้ปั่น 2-3 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ล้างหน้าให้สะอาด พอกหน้า 20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด
       ทำสูตรนี้ทุกวัน เช้า-เย็น จะสังเกตุได้เลยว่ารอยดำฝ้า กระ จุดด่างดำ ค่อยๆจางลง

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อาหารทำลายผิว อยากผิวสวยควรเลี่ยงนะคะ

อาหารที่ทำลายผิวพรรณ

1. ไขมันอิ่มตัวในเบคอน ไส้กรอก ไอศกรีม และเนยสด กระบวนการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ จะเกิดอนุมูลสารอิสระสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของร่างกายเหี่ยวย่น และเสื่อมโทรม

2. รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป มีผลขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหย่อนยาน


3. คาเฟอีน เป็นตัวที่ดูดซับความชื้นจากผิว ถ้าคุณติดกาแฟจนยากที่จะเลิก เมื่อคุณดื่มกาแฟ 1 แก้ว ก็ควรดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ ตามไป 1 แก้วเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ร่างกายขาดน้ำ และผิวพรรณขาดความชุ่มชื้นไปด้วย

4. แอลกฮอล์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณ ขาดความเปล่งปลั่ง ถ้าคุณเป็นนักดื่ม ทุกครั้งที่ดื่มแอลกฮอล์ อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าแก้วโต 2 แก้ว เพื่อชดเชยไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และช่วยป้องกันไมให้ผิวขาดความชุ่มชื้น

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สูตรลดรอยตีนกาง่ายๆ

สูตรลบรอยตีนกา ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ
    
    1.แครอต สูตรลบรอยตีนกาสูตรแรกคือการใช้ผลไม้หาง่ายอย่างแครอต โดยนำมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปปั่นผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อยพอให้เหนียวเป็นครีมสำหรับพอกหน้าได้ จากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แครอตมีวิตามินและเกลือแร่สูง อีกทั้งยังมีสารเบต้าแตดรทีน สารเพกติน กรดอะมิโนที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวเนียนเรียบ เต่งตึง ชุ่มชื้น รวมถึงเหล็ก แมงกานีส ทองแดงที่จำเป็นต่อการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน จึงช่วยให้ริ้วรอยจางลง ผิวหน้าเต่งตึงดูสดใสอ่อนกว่าวัย


    2.ใบบัวบก วิธีคือนำใบบัวบกที่ได้มาล้างให้สะอาดแล้วนำมาปั่น หรือบด หรือจะโขลกด้วยกรรมวิธีใดก็ได้ที่คุณถนัด เพราะสิ่งที่ต้องการคือน้ำใบบัวบก พอได้น้ำสดๆแล้ว ให้นำสำลีชุบมาน้ำใบบัวบก ทาให้ทั่วใบหน้าทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออก โดยควรทำก่อนนอน น้ำใบบัวบกจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ลบรอยตีนกาอย่างได้ผล ทั้งนี้ ควรทำอย่างสม่ำสม่ำเสมอถึงจะเห็นผล
        
3.ใบตำลึง ให้นำเอายอดและใบอ่อนมาพอประมาณ นำมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง พอให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ใบตำลึงมีวิตามินเอสูง ช่วยลดริ้วรอย รอยตีนกา ทำให้ใบหน้าเต่งตึง แถมยังช่วยลดจุดด่างดำบนใบหน้าได้อีกด้วย