แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขาใหญ่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขาใหญ่ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“คาถาเรียกความผอม…!” สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า

“คาถาเรียกความผอม…!” สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า

ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่เรียว…วีเชฟ… หุ่นเพรียวบาง…. แต่ก็ไม่มีใครที่จะโชคดีอย่างเกศสุรางค์ที่อยู่ๆก็ได้ร่างที่ผอมสวยของแม่นายการะเกดมาครอบครองโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการลดความอ้วน   –  สูตรลดความอ้วน จากพระพุทธเจ้า




บรรดาสูตรลดความอ้วนต่างๆ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน บางคนอาจเลือกงดมื้อเย็นแต่เต็มที่กับมื้อเช้าและมื้อเที่ยง บางคนอาจเน้นผัก ผลไม้ กับเนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เช่น เนื้อส่วนอกของไก่ หรือเนื้อปลา แต่มีสูตรลดน้ำหนักสูตรหนึ่งที่ซีเคร็ตนำมาฝาก เป็นสูตรที่ไม่ยากมากแต่ได้ผลจริง ซึ่งมีมานานกว่าสองพันปีแล้วนั่นคือ “สูตรลดความอ้วนจากพระพุทธเจ้า” บุคคลที่ผอมด้วยสูตรนี้ได้จริงคือ “พระเจ้าปเสนทิโกศล”


สูตรลดความอ้วนนี้เป็นคาถาที่พระองค์ประทานแด่พระเจ้าปเสนทิโกศล มีที่มาจากโทณปากสูตร
ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเสวยพระกระยาหารมากจนทำให้พระองค์ทรงอึดอัดพระวรกาย พระองค์เสด็จเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งที่มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อไหลตลอดเวลา จนองครักษ์ต้องประคองพระองค์ไว้ พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรดังนั้นจึงตรัสคาถาขึ้น เพื่อให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงท่องจำ เพื่อจะได้เสวยพระกระยาหารแต่พอดีว่า


“ผู้มีสติย่อมไม่ประมาณในอาหาร (รับประทานอาหารมาก) จะมีเวทนาเบาบาง (มีความอยากลดลง) ผู้นี้ย่อมแก่ช้า และมีอายุที่ยืน”


พระปเสนทิโกศลทรงโปรดให้สุทัสสนมาณพเป็นผู้จดจำคาถานี้ และให้เตือนพระองค์ทุกครั้งในขณะเสวยพระกระยาหาร




คาถานี้มีใจความว่า หากมีสติจะไม่รับประทานอาหารเกินปริมาณเกินความจำเป็น เมื่อมีสติแล้วความอยากอาหารก็จะลดลง เมื่อไม่มีความอยาก ก็จะไม่รับประทานอาหารเกินปริมาณ เมื่อรับประทานในปริมาณพอดี ระบบเผาผลาญจะทำงานดีขึ้นช่วยย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากมองในด้านโภชนาการ อาหารส่วนใหญ่ของมนุษย์จะประกอบด้วยแป้ง ในโปณปากสูตรกล่าวว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลเสวยข้าวหนึ่งทะนานต่อมื้อ ซึ่งเป็นข้าวที่ปริมาณมากอยู่ การที่พระองค์เสวยข้าว (หรือแป้ง) ในปริมาณเช่นนี้ นอกจากส่งผลให้อ้วน เพราะแป้งจะกลายเป็นน้ำตาล น้ำตาลกลายเป็นไขมัน เมื่อปริมาณไขมันมากเกินความจำเป็น ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ จึงกลายเป็นไขมันสะสมตามสัดส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น หน้าท้อง แขน ขา


 เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้าร่างกายจะมีอาการเหนื่อยง่าย อาการที่เกิดขึ้นกับพระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อเทียบกับปัจจุบันก็ไม่ต่างจากสัญญาเตือนว่าจะต้องป่วยเป็นโรคร้ายในอนาคต เช่น โรคความดันโลหิต โรคอ้วน และโรคเบาหวาน หากพระองค์ไม่ทรงกระทำตามคาถานี้ พระองค์มีสิทธิ์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้ายเหล่านี้


หลังจากพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเคร่งปฏิบัติตามคาถานี้ ส่งผลให้พระองค์มีพระวรกายที่กระปรี้กระเปร่าและมีพระวรกายที่ดีขึ้น (คือน้ำหนักลดนั่นเอง)


สูตรลดความอ้วนจากพระพุทธเจ้าคือ “วิธีการลดความอ้วนด้วยการรับประทานอาหารในปริมาณที่พอดี หรือน้อยลงกว่าเดิม จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลง” สูตรลดน้ำหนักของพระพุทธเจ้าที่มีมานานถึงสองพันปี ยังตรงกับวิธีลดความอ้วนด้วยการลดปริมาณอาหารที่นิยมกันในปัจจุบัน การลดปริมาณอาหารช่วยให้ร่างกายไม่รับพลังงานจากอาหารที่มากเกินจำเป็น ทั้งสามารถนำพลังงานอาหารที่ค้างอยู่นำออกมาใช้ได้ ส่งผลให้ไขมันที่สะสมไว้ได้นำออกมาใช้


คาถานี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “คาถาเรียกความผอม” และจะคงความศักดิ์สิทธิ์ไว้หากปฏิบัติตาม และยังเป็นการรับประทานอย่างมีสติ นอกจากจะผอมห่างไกลโรคร้ายแล้ว ยังได้การบริหารสติเป็นของแถมด้วย  

ผู้เขียน : ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูก ดีอย่างไร

1. ช่วยให้อิ่มนาน และไม่ค่อยหิว
 นั่นเป็นเพราะ แอปเปิ้ลนั้น จัดเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ และให้ในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทส เป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนไปในรูปของพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกาย

2. ดีต่อระบบขับถ่าย
 เปลือกของแอปเปิ้ลนั้น จะมีเส้นใยอาหารที่เราเรียกกันว่า "เพคติน" ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการพองตัว และเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ให้ระบบทางเดินอาหารนั้น ทำงานตามปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย 

ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการช่วยจับคอเลสเตอรอล ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ช่วยป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

3. อุดมไปด้วยวิตามินที่ดีต่อร่างกาย แอปเปิ้ลนั้น เต็มไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหาร ยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ บี1 บี2 บี6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรต์ เหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียมเป็นต้น 

ทั้งยังมีกรดอินทรีย์สองชนิดที่ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน และไขมัน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้นี่แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ สำหรับผู้ที่ทานเป็นประจำ

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

มันเทศ สุดยอดอาหารลดน้ำหนัก

มันเทศ หรือ Sweet Potato นั้น ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่ามีกากใยอาหารสูงที่สุดในจำนวนพืชทั้งหมด กินอร่อยอิ่มท้องและยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปปรุงสุกด้วยวิธีการนึ่ง หรือวิธีการเผาแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกัน

ซึ่งแน่นอนว่ามันเทศเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารประเภทแป้งยิ่งกินยิ่งเพิ่มน้ำหนัก แต่ที่หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบกันคือ มันเทศนั้นเป็นอาหารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเหมาะสมกับการลดน้ำหนักที่สุด!!


เพราะว่ามันเทศมีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องการมองเห็นได้เป็นอย่างดี มีสารอาหารทรงคุณค่าที่ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินบีส่งผลโดยตรงกับการลดน้ำหนัก วิตามินซี ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม และทำให้ร่างกายแข็งแรง


นอกจากนี้มันเทศยังมีโพแทสเซียม คอปเปอร์ แมงกานีส สารอาหารที่ป้องกันโรคมากมาย รวมถึงโรคมะเร็ง และยังมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ในปริมาณสูงมาก ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงเหมาะมากกับการใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก ในมันเทศ 100 กรัมจะได้แคลอรี่ประมาณ 90-93 แคลอรี่เท่านั้น จาก ปริมาณความต้องการพลังงานของมนุษย์วันละ 1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่

และคีย์หลักของมันเลยก็คือคนส่วนใหญ่จะกินมันเทศได้ไม่มากนัก เพราะมันเทศมีคุณสมบัติไปฟูในท้องทำให้อิ่มเร็ว มันเทศมีอยู่หลายสี เช่นเหลืองอ่อน เหลืองจัด เหลืองส้ม และสีม่วง ทุกสีจัดเป็นแหล่งรวมวิตามินซี สารอาหาร และเส้นใยอาหาร มีข้อมูลว่า หัวมันเทศชนิดหัวสีเหลือง 

ลูกเดือย - กินแล้วอ้วนไหม

ลูกเดือยลดความอ้วนได้จริงหรือ?

ตอนนี้หนึ่งในอาหารสุขภาพที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงเป็นอย่างยิ่งก็คือ "ลูกเดือย" นั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าลูกเดือยเป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งสารอาหารหลักก็คือคาร์โบไฮเดรตและยังให้พลังงานสูง จะช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

ลูกเดือย ถึงแม้จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก แต่คาร์โบไฮเดรตจากลูกเดือยเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งย่อยยากและดูดซึมช้า พลังงานที่ได้จากการย่อยลูกเดียวจึงถูกนำไปใช้อย่างช้าๆและไม่ทำให้ตกค้างกลายเป็นน้ำตาลหรือไขมันตกค้างในร่างกาย รวมทั้งลูกเดือยทานแล้วอยู่ท้อง อิ่มนาน ลดความอยากอาหารและกินจุกกินจิก อีกทั้งลูกเดือยเป็นอาหารที่ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลอย่างสิ้นเชิง จึงไม่ทำให้อ้วนและเป็นตัวช่วยสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีนั่นเอง



วิธีการทานลูกเดือยเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหาลูกเดือยนั้น อาจจะไม่ชอบรสชาติของลูกเดือยเท่าไรนัก เนื่องจากมีรสชาติที่ค่อนข้างจืดและมัน ดังนั้นคำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดทำลูกเดือยคือ ลองนำลูกเดือยมาใส่ในน้ำเต้าหู้สูตรหวานน้อย หรือทานกับสลัดผัก เป็นต้น เริ่มคุ้นชินกับรสชาติแล้วสามารถนำลูกเดือยมาทำเมนูอื่นๆ ได้ เช่น ข้าวต้มลูกเดือย ลูกเดือยต้ม น้ำลูกเดือย เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บอกลาขาหมูเมื่อลดอาหารเหล่านี้

อาหารที่ทำให้ขาใหญ่

  1. อาหารที่มีรสหวานทุกชนิด เช่น ขนมหวาน เค้ก ช็อกโกแลตเป็นต้น อาหารเหล่านี้ประกอบไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก หากรับประทานมากเกินไปน้ำตาลที่เหลือจากร่างกายต้องการจะกักเก็บไว้ในรูปของไขมันสะสมไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
  2. อาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้เนื้อเยื้อเกิดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากร่างกายเมื่อได้รับโซเดียมมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวัน คือ 2400 มิลลิกรัมหรือเท่ากับ 1 ช้อนชา ร่างกายจะมีความความเข้มข้นของเลือดสูงทำให้มีการดูดน้ำมากักเก็บไว้ในเซลล์ทำให้เซลล์เกิดอาการบวมน้ำ
  3. อาหารทอด ไขมันสูง ทำให้ร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็นและมีการสะสมของไขมันส่วนเกิน
  4. เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของโซเดียมสูง เช่นน้ำมะเขือเทศแบบสำเร็จรูป

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงต้นขาใหญ่

  1. การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานเกินกว่า 8 ชั่วโมงและมีการขยับร่างกายน้อย
  2. ชอบนั่งไขว้ขาหรือนั่งพับขาขึ้นมาวางบนเก้าอี้ ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองไหลไม่สะดวกเกิดการคั่งบริเวณต้นขาและสะโพกได้
  3. การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด เค็ม และหวานจัด เนื่องจากอาหารเค็มจะทำให้ร่างกายมีการสะสมของน้ำ อาหารรสหวานจะทำให้ร่างกายมีการเก็บน้ำตาลส่วนเกินไว้ในรูปของไขมันสะสมตามบริเวณต่างๆทั่วตัว
  4. ขาดการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ